๐๓-สุสาน ของ ท่านก๋ง หรือ ฮวงซุ้ย ของ จีนปาด

ในการเดินทางไปกราบไหว้บรรพชนสกุลเชื้อสายเจ้าพระยานคร ลำดับที่ ๓ ตามโครงการนำร่องเดินทางกลับบ้านกราบไหว้บรรพชนกับกลุ่ม ๓ สกุล คือ สุสาน ของ ท่านก๋ง หรือ ฮวงซุ้ย ของ จีนปาด

ท่านก๋ง คือ พระสัสสุระ ของ พระเจ้านคร (หนู) ในสมัยกรุงธนบุรี หรือ คือ พ่อตา ของ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (หนู) เจ้าพระยานครคนแรกของกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็น คุณตา ของ เจ้าจอมปราง ในสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี บรรพสตรี ของคนในสกุลเชื้อสายเจ้าพระยานคร

ไม่มีบันทึกชัดเจนว่าฮวงซุ้ยนี้สร้างขึ้นเมื่อใด แต่คาดว่าน่าจะอยู่ในช่วงสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ หรือในรัชสมัยของล้นเกล้าล้นกระหม่อมรัชกาลที่ ๑

หากจะนับเชื้อสายของเจ้าพระยานคร (พัฒน์) และเจ้าพระยานคร (น้อย) ตั้งแต่แรกเริ่ม เท่าที่นับได้ ก็มีท่านก๋งนี้ เป็นท่านแรก ซึ่งทิ้งร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ให้เราอ้างอิงได้มาจนถึงปัจจุบัน

เรื่องราวเกี่ยวกับท่านก๋ง มีเพียงสั้นๆ ว่า ท่านได้ยก นางทองเหนี่ยว ธิดา ให้กับ พระปลัด (หนู) ตั้งแต่สมัยก่อนเสียกรุงศรีอยุธยา 
ภายหลังเสียกรุงฯ แล้ว เมื่อพระปลัด (หนู) สถาปนาตนเป็นเจ้า นางทองเหนี่ยวจึงถูกยกขึ้นเป็นหม่อมที่พระชายา คนเรียกติดปากกันว่า "หม่อมทองเหนี่ยว" ตระกูลของหม่อมทองเหนี่ยวแม้จะมีเชื้อสายเป็นจีน แต่ก็มีฐานะเป็นเศรษฐีมั่งมีอยู่ในเมืองนครศรีธรรมราช จีนปาดยังมีน้องชายอีกหนึ่งคน ชื่อ จีนบวย ซึ่งก็เป็นเศรษฐีผู้มั่งมีไม่แพ้กัน ตระกูลนี้แต่งสำเภาออกไปค้าขายยังเมืองจีนจนร่ำรวย มีความเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงแผ่นดินสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเป็นที่โปรดปราน

ปัจจุบันศพของจีนปาด หรือ ท่านก๋ง ซึ่งเป็น พ่อตา ของ พระปลัด (หนู) หรือ พระสัสสุระ ของ พระเจ้าขัตติยราชนิคมฯ ยังถูกฝังอยู่ ณ ฮวงซุ้ยจีนปาด ภายในบริเวณโรงเรียนศรีธรรมราชศึกษาปัจจุบัน

ผู้หลักผู้ใหญ่ในสกุล ณ นคร เล่าว่า แต่เดิมสถานที่แห่งนี้เป็นวัด ต่อมาร้างลง สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ท่านได้ยกให้พวกมิชชันนารี ตั้งแต่สมัยล้นเกล้าล้นกระหม่อมรัชกาลที่ ๕

ต่อมาคนในสกุล ณ นคร ได้ยื่นเรื่องต่อศาล เรื่องถือครองกรรมสิทธิ์

ฝ่ายเราแพ้คดี เพราะตอนที่ออกโฉนดโดยทางราชการนั้น มิทราบเรื่อง จนเวลาล่วงเลยมานานเกินกำหนดเวลาที่กฎหมายให้คัดค้านได้

อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่ชนะคดี แต่คำพิพากษาก็ห้ามมิให้รื้อถอนฮวงซุ้ยแห่งนี้ และกลับกำหนดให้ดูแลสถานที่บริเวณนี้แก่เรา
โดยขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปกร

สถานที่แห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญ ที่ถือเป็นสมบัติชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันคนในสกุลเชื้อสายเจ้าพระยานคร ที่ต้องเดินทางไปเคารพกราบไหว้ร่วมกัน

โพสต์ไว้ : วันพุธที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๓

Visitors: 17,084